วันศุกร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2556

ประวัติวันเด็ก

ย้อนไป พ.ศ.2498 ได้เกิดปฏิญญาว่าด้วยสิทธิเด็กขึ้นโดยองค์การสหประชาชาติทั่วโลกเกิดความตื่นตัวและเห็นพ้องต้องกันว่าควรจะให้ความสำคัญแก่เด็กๆ
ของตนมากขึ้น การขานรับเป็นไปอย่างกว้างขวาง ในปีเดียวกันนั้นเองทั่วโลกไม่น้อยกว่า 40 ประเทศ จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติของตนขึ้น
โดยกำหนดกันว่าจะถือเอาวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นวันเด็กแห่งชาติ สำหรับประเทศไทย รับข้อเสนอของนายวี เอ็ม กุลกานี
ผู้แทนองค์กรสมาพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศ ซึ่งบอกผ่านมาทางกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทยว่าไทยควรจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติ
ิเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของเด็กให้มากขึ้น ดังที่นานาประเทศกำลังทำอยู่คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมแห่งชาตินำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม
ในที่สุดที่ได้รับมติเห็นชอบนำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ในต่อมาวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2498คณะรัฐมนตรีมีมติรับหลักการให้จัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้น
มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการ รับไปดำเนินการส่วนค่าใช้จ่ายในการจัดงานได้อนุมัติเงินจากกองสลากกินแบ่งรัฐบาลมาดำเนินการ
3 ตุลาคม พ.ศ.2498 คือวันเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติครั้งแรกของประเทศไทย จากนั้นเป็นต้นมาราชการได้กำหนดวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี
เป็นวันเด็กแห่งชาติ จัดติดต่อกันมาจนถึงปี 2506 ที่ประชุมคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติในปีนั้นมีความเห็นพ้องต้องกันว่าสมควรที่จะเสนอเปลี่ยนวันจัดงาน
วันเด็กแห่งชาติเสียใหม่ เพื่อความเหมาะสม ด้วยเหตุผลว่าเดือนตุลาคมสำหรับประเทศไทย เป็นเดือนที่ยังอยู่ในฤดูฝน มีฝนตกมาก เด็กๆไม่สะดวกในการเดินทางมาร่วมงาน
นอกจากนี้วันจันทร์เป็นวันปฏิบัติงานของผู้ปกครองจึงไม่สามารถพาเด็กของตนไปร่วมงานได้ ทั้งการจราจรก็ติดขัดจึงเห็นว่าควรจะเปลี่ยนเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม
เสียทุกสิ่งทุกอย่าง ได้สะดวกสบายขึ้นและมีความเหมาะสมมากกว่าคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ตามที่คณะกรรมการจัดงานวัดเด็กแห่งชาติเสนอมา
ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2507จึงประกาศเปลี่ยนงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ จากวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม เป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม ด้วยเหตุนี้ปี 2507
จึงไม่มีงานวันเด็กแห่งชาติด้วยการประกาศเปลี่ยนได้เลยวันมาแล้ว งานวันเด็กแห่งชาติเริ่มจัดขึ้นใหม่อีกครั้งในปี 2508 เรื่อยมาถึงปัจจุบัน
วัตถุประสงค์ของการจัดงานวันเด็กแห่งชาติที่รัฐบาลไทยกำหนดไว้คือ เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของเด็ก สนใจในการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนเด็ก
และช่วยเหลือสงเคราะห์เด็กเป็นพิเศษ เพื่อให้เด็กและและเยาวชนยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเพื่อให้เด็กรู้จักหน้าที่ของตนและอยู่ในระเบียบวินัยอันดีและเพื่อเผยแพร่ปฏิญญาสากล ว่าด้วยสิทธิของเด็ก คำขวัญวันเด็ก
เป็นคำขวัญที่นายกรัฐมนตรีมอบให้เด็กไทย เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติของทุกปี โดยคำขวัญวันเด็กมีขึ้นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2499 ในสมัยที่จอมพล ป.พิบูลสงคราม
ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และตั้งแต่ พ.ศ. 2502 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ให้คุณค่าความสำคัญของเด็ก
จึงมอบคำขวัญให้เป็นข้อคติเตือนใจสำหรับเด็ก ปีละ 1 คำขวัญ (ก่อนถึงวันเด็กแห่งชาติ) นายกรัฐมนตรีสมัยต่อมา จึงได้ถือเป็นธรรมเนียมสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับ คำขวัญวันเด็กตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีดังนี้ค่ะ
พ.ศ. 2499 - จอมพล ป.พิบูลสงคราม : จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม
พ.ศ. 2502 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ : ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความก้าวหน้า
พ.ศ. 2503 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ : ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความสะอาด
พ.ศ. 2504 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ : ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่อยู่ในระเบียบวินัย
พ.ศ. 2505 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ : ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่ประหยัด
พ.ศ. 2506 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ : ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียรมากที่สุด
พ.ศ. 2507 : ไม่มีคำขวัญ เนื่องจากงดการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ
พ.ศ. 2508 - จอมพล ถนอม กิตติขจร : เด็กจะเจริญต้องรักเรียนเพียรทำดี
พ.ศ. 2509 - จอมพล ถนอม กิตติขจร : เด็กที่ดีต้องมีสัมมาคารวะ มานะ บากบั่น และสมานสามัคคี
พ.ศ. 2510 - จอมพล ถนอม กิตติขจร : อนาคตของชาติจะสุกใส หากเด็กไทยแข็งแรงดีมีความประพฤติเรียบร้อย
พ.ศ. 2511 - จอมพล ถนอม กิตติขจร : ความเจริญและความมั่นคงของชาติไทยในอนาคต ขึ้นอยู่กับเด็กที่มีวินัย เฉลียวฉลาดและรักชาติยิ่ง
พ.ศ. 2512 - จอมพล ถนอม กิตติขจร : รู้เรียน รู้เล่น รู้สามัคคี เป็นความดีที่เด็กพึงจำ
พ.ศ. 2513 - จอมพล ถนอม กิตติขจร : เด็กประพฤติดีและศึกษาดี ทำให้มีอนาคตแจ่มใส
พ.ศ. 2514 - จอมพล ถนอม กิตติขจร : ยามเด็กจงหมั่นเรียน เพียรกระทำดี เติบใหญ่จะได้มีความสุขความเจริญ
พ.ศ. 2515 - จอมพล ถนอม กิตติขจร : เยาวชนฝึกตนดี มีความสามารถ
พ.ศ. 2516 - จอมพล ถนอม กิตติขจร : เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ
พ.ศ. 2517 - นายสัญญา ธรรมศักดิ์ : สามัคคีคือพลัง
พ.ศ. 2518 - นายสัญญา ธรรมศักดิ์ : เด็กดีคือทายาทของชาติไทย ต้องร่วมใจร่วมพลังสร้างความสามัคคี
พ.ศ. 2519 - หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช : เด็กที่ต้องการเห็นอนาคตของชาติรุ่งเรือง จะต้องทำตัวให้ดี มีวินัย เสียแต่บัดนี้
พ.ศ. 2520 - นายธานินทร์ กรัยวิเชียร : รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเยาวชนไทย
พ.ศ. 2521 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ : เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ
พ.ศ. 2522 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ : เด็กไทยคือหัวใจของชาติ
พ.ศ. 2523 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ : อดทน ขยัน ประหยัด เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย
พ.ศ. 2524 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ : เด็กไทยมีวินัย ใจสัตย์ซื่อ รู้ประหยัด เคร่งครัดคุณธรรม
พ.ศ. 2525 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ : ขยันศึกษา ใฝ่หาความรู้ เชิดชูชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย
พ.ศ. 2526 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ : รู้หน้าที่ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัยและคุณธรรม
พ.ศ. 2527 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ : รักวัฒนธรรมไทย ใฝ่ดีมีความคิด สุจริตใจมั่น หมั่นศึกษา
พ.ศ. 2528 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ : สามัคคี นิยมไทย มีวินัย ใฝ่คุณธรรม
พ.ศ. 2529 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ : นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ. 2530 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ : นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ. 2531 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ : นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ. 2532 - พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ : รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ. 2533 - พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ : รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ. 2534 - พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ : รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่คุณธรรม นำชาติพัฒนา
พ.ศ. 2535 - นายอานันท์ ปันยารชุน : สามัคคี มีวินัย ใฝ่ศึกษา จรรยางาม
พ.ศ. 2536 - นายชวน หลีกภัย : ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
พ.ศ. 2537 - นายชวน หลีกภัย : ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
พ.ศ. 2538 - นายชวน หลีกภัย : สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
พ.ศ. 2539 - นายบรรหาร ศิลปอาชา : มุ่งหาความรู้ เชิดชูความเป็นไทย หลีกไกลยาเสพติด
พ.ศ. 2540 - พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ : รู้คุณค่าวัฒนธรรมไทย ตั้งใจใฝ่ศึกษา ไม่พึ่งพายาเสพติด
พ.ศ. 2541 - นายชวน หลีกภัย : ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย
พ.ศ. 2542 - นายชวน หลีกภัย : ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย
พ.ศ. 2543 - นายชวน หลีกภัย : มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย
พ.ศ. 2544 - นายชวน หลีกภัย : มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย
พ.ศ. 2545 - พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร : เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส
พ.ศ. 2546 - พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร : เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี
พ.ศ. 2547 - พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร : รักชาติ รักพ่อแม่ รักเรียน รักสิ่งดีๆ อนาคตดีแน่นอน
พ.ศ. 2548 - พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร : เด็กรุ่นใหม่ ต้องขยันอ่าน ขยันเรียน กล้าคิด กล้าพูด
พ.ศ. 2549 - พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร : อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด
พ.ศ. 2550 - พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ : มีคุณธรรมนำใจ ใช้ชีวิตพอเพียง หลีกเลี่ยงอบายมุข
พ.ศ.2551 - พลเอก สุรยุธ์ จุลานนท์ : สามัคคี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เชิดชูคุณธรรม
พ.ศ.2552 - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ : ฉลาดคิด จิตบริสุทธิ์ จุดประกายฝัน ผูกพันรักสามัคี
พ.ศ.2553 - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ : คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม
พ.ศ.2554 - อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ : รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ
พ.ศ.2555 - ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร : สามัคคี มีความรู้ คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี
พ.ศ.2556 - ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร : รักษาวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพิ่มพูนปัญญา นำพาไทยสู่อาเซียน

วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ประวัติ Alan Turing

ประวัติ Alan Turing



แอลัน แมธิสัน ทัวริง (Alan Mathison Turing) เกิดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2455 (ค.ศ. 1912) ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นนักคณิตศาสตร์, นักตรรกศาสตร์, นักรหัสวิทยา และวีรบุรุษสงคราม ชาวอังกฤษ และเป็นที่ยอมรับว่าเป็นบิดาของวิทยาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นผู้สร้างรูปแบบอัลกอริทึมและการคำนวณ โดยใช้เครื่องจักรทัวริง อย่างเป็นทางการทางคณิตศาสตร์ หรือ บิดาของวิทยาการคอมพิวเตอร์
ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง Alan Turing มีส่วนสำคัญในการแกะรหัสลับของฝ่ายเยอรมัน โดยเขาเป็นหัวหน้าของกลุ่ม Hut 8 ที่ทำหน้าที่ในการแกะรหัสของเครื่องอีนิกมาที่ใช้ในฝ่ายทหารเรือ หลังจากสงครามโลก เขาได้ออกแบบเครื่องคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถโปรแกรมได้เครื่องแรกๆ ของโลกที่ห้องปฏิบัติการฟิสิกส์แห่งชาติ และได้สร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นจริงๆ ที่มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์




เหตุการณ์สำคัญบางส่วนในชีวิต Alan Turing
            ปี พ.ศ. 2474 เขาเข้าเรียนคณิตศาสตร์ ที่ คิงส์คอลเลจ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ทัวริงมีความสุขกับชีวิตที่นี่มาก ทัวริงพูดเสมอว่า “งานของผมนั้นเครียดมาก และทางเดียวที่ผมจะเอามันออกไปจากหัวได้ก็คือ วิ่งให้เต็มที่” และเขาก็วิ่งอย่างจริงจัง จนได้ระดับโลก โดยที่ผลการวิ่งมาราธอนของเขา ชนะเลิศการแข่งขันของสมาคมนักกรีฑาสมัครเล่น ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 43 นาที 3 วินาที ในปี พ.ศ. 2489. ซึ่งในการแข่งขันวิ่งมาราธอนโอลิมปิก เมื่อ พ.ศ. 2491 (ค.ศ. 1948) คนที่ได้เหรียญทอง ทำเวลาได้เร็วกว่าเขาเพียง 11 นาที

            ในปี ค.ศ. 1952 เขาถูกจับ โทษฐานมีเพศสัมพันธ์กับเด็กชาย ทัวริงไม่ปฏิเสธและยอมรับโทษแต่โดยดี มีทางเลือกให้เขาสองทางคือ หนึ่ง เข้าคุก หรือ สอง รับการฉีดฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นเวลาหนึ่งปีเพื่อลดความต้องการทางเพศ ซึ่งเขาเลือกที่จะรับการฉีดยา และแล้วปี ค.ศ. 1954 ร่างของทัวริงก็ถูกพบโดยพนักงานทำความสะอาด ในสภาพมีแอปเปิลครึ่งลูกหล่นอยู่ข้างๆ และมีร่องรอยการทำการทดลองทางเคมีอยู่ใกล้ๆ ในที่สุดเมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552 หลังจากการรณรงค์ทางอินเทอร์เน็ต กอร์ดอน บราวน์นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรก็ทำการขอโทษอย่างเป็นทางการในนามของรัฐบาลบริติชต่อวิธีอันไม่ถูกต้องที่รัฐบาลปฏิบัติต่อทัวริงหลังสงคราม


            เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 1954 แม่บ้านได้พบว่า Turing ตายแล้ว ซึ่งจากการชันสูตรพลิกศพาพบว่าเขาได้ตายวันก่อนหน้านี้แล้ว คือ วันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2497 โดยสาเหตุของการตาย คือ ร่างกายได้รับพิษไซยาไนด์ และการพิจารณาคดีระบุว่าเขาได้ฆ่าตัวตาย โดยอายุ 41 ปี



This rebuilt Bombe can be found in the Bletchley Park Visitors Center. It works

Not having a freely accessible patent of the damn thing might have made cracking the little shit impossible



สำหรับผลงานที่เด่น ๆ ของ Alan Turing เช่น การคิดโมเดลที่สามารถทำงานได้เทียบเท่ากับคอมพิวเตอร์ (แต่อาจมีความเร็วต่ำกว่า) โดยใช้คำสั่งพื้นฐานง่ายๆ เพียง เดินหน้า ถอยหลัง เขียน ลบ เท่านั้นเอง



ขอบคุณข้อมูล : http://en.wikipedia.org

วันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ประวัติ วันพืชมงคล


วันพืชมงคล


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม 
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รัฐบาลไทย
          หากเอ่ยชื่อ "วันพืชมงคล" แล้วเชื่อว่าหลายคนคงยิ้มแก้มปริเลยทีเดียว เพราะจะได้หยุดเรียน หยุดงาน พักผ่อนอยู่ที่บ้าน เนื่องจากเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ แต่จะมีสักกี่คนรู้รายละเอียด รู้ความหมาย หรือรู้ความเป็นมาเป็นไปของ "วันพืชมงคล" อย่างแท้จริง เอาเป็นว่าเราไปเจาะลึกประวัติและความเป็นมาของ "วันพืชมงคล" กันดีกว่า... 

         วันพืชมงคล หมายถึง วันที่กำหนดพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพระราชพิธีเก่ามาแต่โบราณที่เสริมสร้างขวัญและกำลังใจแก่เกษตรกรของชาติ เพื่อเป็นการระลึกถึงความสำคัญของเกษตรกรที่มีต่อเศรษฐกิจไทย โดยมีการจัดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ มีสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ซึ่งพระราชพิธีนี้จะกระทำที่ท้องสนามหลวง ประกอบด้วย 2 พระราชพิธีคือ พระราชพิธีพืชมงคล และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

         พิธีพืชมงคล เป็นพิธีทำขวัญเมล็ดพืชพันธุ์ต่างๆ เช่น ข้าวเปลือกเจ้า ข้างเหนียว ข้างฟ่าง ข้าวโพด ถั่ว งา เผือก มัน เป็นต้น ฯลฯ มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เมล็ดพันธุ์เหล่านั้น ปราศจากโรคภัย และให้อุดมสมบูรณ์เจริญงอกงามดี

         พิธีแรกนาขวัญ เป็นพิธีเริ่มต้นการไถนาเพื่อหว่านเมล็ดข้าว มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เป็นอาณัติสัญญาณว่า บัดนี้ฤดูกาลแห่งการทำนาและเพาะปลูกได้เริ่มขึ้นแล้ว

 ประวัติความเป็นมา

         พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ หรือเรียกสั้นๆ ว่า พิธีแรกนา เป็นพระราชพิธีที่มีมาแต่โบราณตั้งแต่ครั้งสุโขทัยเป็นราชธานี ซึ่งในสมัยนั้นพระมหากษัตริย์ไม่ได้ลงมือไถนาเอง เป็นแต่เพียงเสด็จไปเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีเท่านั้น ครั้นถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา พระมหากษัตริย์ไม่ได้เสด็จไปเป็นองค์ประธาน แต่จะมอบอาญาสิทธิให้โดยทรงทำเหมือนอย่างออกอำนาจจากกษัตริย์ และจะทรงจำศีลเงียบ 3 วัน ซึ่งวิธีนี้ได้ใช้ตลอดมาถึงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา

         ต่อมาสมัยรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่ 1 ได้โปรดให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เป็นผู้ประกอบพระราชพิธีแรกนาขวัญแทนพระองค์ และมิได้ถือว่าเป็นพิธีหน้าพระที่นั่ง เว้นแต่เมื่อมีพระราชประสงค์จะทอดพระเนตร สถานที่ประกอบพิธีในตอนแรกๆ จึงไม่ตายตัว แล้วแต่จะทรงกำหนดให้ ครั้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดมีพิธีสงฆ์เพิ่มขึ้นในพระราชพิธีต่างๆ ทุกพิธี ดังนั้น "พระราชพิธีพืชมงคล"จึงได้เริ่มมีขึ้นแต่บัดนั้นมา โดยได้จัดรวมกับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และมีชื่อเรียกรวมกันว่า "พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ"

         ส่วนพิธีกรรมนอกเหนือจากการทำให้เป็นตัวอย่าง ตามที่ทรงจำแนกไว้ 3 อย่าง 2 อย่างแรก ที่ว่า"อาศัยคำอธิษฐานเอาความสัตย์เป็นที่ตั้งบ้าง ทำการซึ่งไม่มีโทษนับว่าเป็นการสวัสดิมงคลตามซึ่งมาในพระพุทธศาสนาบ้าง" นั้น ทรงหมายถึง "พิธีพืชมงคล" อันเป็นพิธีสงฆ์ที่กระทำ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ส่วนอีกอย่างหนึ่งที่ว่า "บูชาเซ่นสรวงตามที่มาทางไสยศาสตร์บ้าง" นั้น ทรงหมายถึงพิธีจรดพระนังคัลแรกนา ขวัญอันเป็นพิธีพราหมณ์ 

         ดังนั้น จึงพอจะสรุปความมุ่งหมายอันเป็นมูลเหตุให้เกิดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ นี้ได้ว่าพิธีแรกนามุ่งหมายที่จะให้เป็นตัวอย่างแก่ราษฎร เพื่อชักนำให้มีความมั่นใจในการทำนา อันเป็นอาชีพหลักที่สำคัญของคนไทยที่มีมาแต่ช้านานสืบมาจนปัจจุบันยังคงเป็นอยู่อย่างนั้น เพราะการเกษตรซึ่งมีการทำนาเป็นหลักนั้น เป็นสิ่งสำคัญแก่ชีวิตความเป็นอยู่และการเศรษฐกิจของประเทศทุกสมัย

         ส่วนวันประกอบพิธีนั้น ต้องเป็นวันที่ดีที่สุดของแต่ละปี ประกอบด้วย ขึ้น แรม ฤกษ์ยาม ให้ได้วันอันเป็นอุดมฤกษ์ตามตำราโหราศาสตร์ แต่ต้องอยู่ในระหว่างเดือน 6 เพราะเดือนนี้เริ่มจะเข้าฤดูฝน เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา จะได้เตรียมทำนา เมื่อโหรหลวงคำนวณได้วันอุดมมงคลพระฤกษ์ ที่จะประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญแล้ว สำนักพระราชวังจะได้ลงไว้ในปฏิทินหลวง ที่พระราชทานในวันขึ้นปีใหม่ทุกปี และได้กำหนดไว้ว่าวันใดเป็นวันพืชมงคล วันใดเป็นวันจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

         พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญแต่เดิมมาทำที่ทุ่งนาพญาไท เมื่อได้มีการฟื้นฟูพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญขึ้นใหม่ จึงจัดให้มีขึ้นที่ท้องสนามหลวง ทั้งนี้ วันแรกนาขวัญเป็นวันสำคัญของชาติ คณะรัฐมนตรีมีมติให้หยุดราชการ 1 วัน และมีประกาศให้ชักธงชาติตามระเบียบทางราชการ

 การประกอบพระราชพิธี

         พระราชพิธีพืชมงคลเป็นพิธีทำขวัญพืชพันธุ์ธัญญาหาร ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอธิษฐานเพื่อความ อุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งข้าวที่นำเข้าพิธีพืชมงคลนั้นเป็นข้าวเปลือก มีทั้งข้าวเจ้าและข้าวเหนียว นอกจากนี้มีเมล็ดพืชต่างๆ รวม 40 อย่าง แต่ละอย่างบรรจุถุงผ้าขาว นอกจากนี้ยังมีข้าวเปลือกที่หว่านในพิธีแรกนา บรรจุกระเช้าทองคู่หนึ่งและเงินคู่หนี่ง เป็นข้าวพันธุ์ดีที่โปรดฯ ให้ปลูกในสวนจิตรลดา และพระราชทานมาเข้าพิธีพืชมงคล

         โดยพันธุ์ข้าวพระราชทานนี้จะใช้หว่านในพระราชพิธีแรกนาส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งที่เหลือทางการจะบรรจุซอง แล้วส่งไปแจกจ่ายแก่ชาวนาและประชาชนในจังหวัดต่างๆ ให้เป็นมิ่งขวัญและเป็นสิริมงคลแก่พืชผลที่จะเพาะปลูกในปีนี้

         ทั้งนี้ พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปัจจุบันนี้ได้ดำเนินตามแบบอย่างโบราณราชประเพณี เว้นแต่บางอย่างได้มีการดัดแปลงให้เหมาะแก่กาลสมัย อาทิ พิธีของพราหมณ์ก็มีการตัดทอนให้เหลือน้อยลง พระยาแรกนาก็ให้ตกเป็นหน้าที่ของปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนเทพีนั้นคัดเลือกจากข้าราชการสตรีโสดในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระดับ 3 - 4 คือขั้นโทขึ้นไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรพระราชพิธีทุกปี มีข้าราชการขั้นผู้ใหญ่ ทูตานุทูต และประชาชนได้มาชมการแรกนาเป็นจำนวนมาก 

         สำหรับการประกอบพิธีนั้นก็จะถูกกำหนดขึ้นโดยโหรหลวง ในระหว่างพิธีอันสวยงามนี้ ก็จะมีการทำนาย ปริมาณน้ำฝน ในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง และแล้วพระยาแรกนาก็จะทำการเลือกผ้า 3 ผืน ที่มีความยาวต่างขนาดกัน ตามชอบใจ ผ้าทั้ง3 ผืน นี้จะดูคล้ายกัน ถ้าพระยาแรกนาเลือกผืนที่ยาวที่สุดก็ทายว่า ปริมาณนี้ฝนจะมีน้อย ถ้าเลือกผืนที่สั้นที่สุดทายว่าปีนี้ปริมาณน้ำฝนจะมาก และถ้าเลือกผืนที่มีความยาวปานกลาง ทายว่ามีปริมาณน้ำฝนพอปริมาณ

         หลังจากสวมเสื้อผ้าเรียกว่า "ผ้านุ่ง" เรียบร้อยแล้ว พระยาแรกนาก็จะไถลงไปบนพื้นที่ท้องสนามหลวงด้วยพระนังคัลสีแดงและสีทอง ซึ่งลากโดยพระโคผู้สีขาว ตามขบวนด้วยเทพีทั้ง 4 ผู้ซึ่งหาบกระเช้าทองและกระเช้าเงินที่บรรจุด้วยเมล็ดข้าวเปลือก นอกจากนี้ก็มีคณะพราหมณ์เดินคู่ไปกับขบวนพร้อมทั้งสวดและเป่าสังข์ไปพร้อมกัน

         เมื่อเสร็จจากการไถแล้วพระโคก็จะได้รับการป้อนพระกระยาหารและเครื่องดื่ม 7 ชนิด คือ เมล็ดข้าว ถั่ว ข้าวโพด หญ้าเมล็ดงา น้ำและเหล้า ไม่ว่าพระโคจะเลือกกินหรือดื่มสิ่งใด ก็ทายว่าปีนี้จะอุดมสมบูรณ์ด้วยสิ่งที่พระโคเลือกนั้น 

         เมื่อเสร็จพิธีแล้ว ประชาชนจะพากันแย่งเก็บเมล็ดข้าวที่หว่านโดยพระยาแรกนา เพราะว่าเมล็ดข้าวนี้ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อันจะนำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์และความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่มีไว้ในครอบครอง ชาวนาก็จะใช้เมล็ดข้าวนี้ผสมกับเมล็ดข้าวของตน เพื่อให้พืชผลในปีที่จะมาถึงนี้อุดมสมบูรณ์

         สำหรับพระโคที่จะเข้าพระราชพิธีแรกนาขวัญ จะถูกเลี้ยงดูอย่างดีในทุ่งหญ้าที่จังหวัดราชบุรี พระโคที่ใช้ในพระราชพิธี จะต้องมีลักษณะที่ดีขาดเกินไม่ได้คือ หูดี ตาดี แข็งแรง เขาทั้งสองตั้งตรงสวยงาม พระโคแต่ละคู่ต้องสีเหมือนกัน ซึ่งจะมีการคัดเลือกพระโคเพียงสองสีเท่านั้น คือ สีขาวสำลีและสีน้ำตาลแดง และเจาะจงแต่เพศผู้เท่านั้นและต้องผ่านการ "ตอน" เสียก่อนด้วย  

         อนึ่ง นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2509 เป็นต้นมา คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาลงมติให้วันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นวันเกษตรกรประจำปีอีกด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรพึงระลึกถึงความสำคัญของการเกษตร และร่วมมือกันประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเพื่อเป็นสิริมงคลแก่อาชีพของตน 

 กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันพืชมงคล  

         1. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือนและสถานที่ราชการ

         2. จัดนิทรรศการ แสดงประวัติความเป็นมา และความสำคัญของวันพืชมงคลรวมทั้งพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

ข้อมูลจาก


- treasury.go.th

- lib.ru.ac.th

- sunsite.au.ac.th

- geocities.com

(April’s Fool Day) หรือ วันโกหก



วันเอพริล ฟูลส์ เดย์ (April’s Fool Day) หรือ วันโกหก มีเชื่อเรียกอื่นว่า วันเมษาหน้าโง่, วันโกหกเดือนเมษายน, วันเทศกาลคนโง่ เป็นเทศกาลในวันที่ 1 เมษายน วันนี้เป็นวันที่จะอนุญาตให้โกหกต่อกันได้ โดยไม่ถือโกรธ ในหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับของวันนี้ อาจมีเหตุการณ์น่าตกใจ ตื่นเต้นเป็นหัวข้อข่าว แต่แล้วในวันรุ่งขึ้นต่อมาจึงได้เฉลยว่าข่าวที่ลงไปนั้นไม่เป็นความจริงแต่ อย่างใด

ความเป็นมา
        ประเทศฝรั่งเศส ในยุคศตวรรษที่ 16 ตอนนั้นชาวฝรั่งเศสมีวันปีใหม่ตรงกับวันที่ 1 เมษายน กระทั่งมาถึง ค.ศ.1582 สันตะปาปาเกรกอรีที่ 13 จึงกำหนดให้ชาวคริสต์ทั่วโลกฉลองวันปีใหม่พร้อมกันวันที่ 1 มกราคม

        คราวนี้สมัยก่อน ข่าวสารไม่ได้กระจายรวดเร็วเหมือนสมัยนี้ คนบ้านนอกของฝรั่งเศสบางกลุ่มยังไม่รู้ แถมบางคนได้ยินแล้วก็ยังไม่เชื่อ เลยฉลองวันปีใหม่กันวันที่ 1 เมษายน เหมือนเดิม ทำให้พวกไม่ตกยุคเย้ยหยันพวกตกยุคว่า “หน้าโง่” แถมยังพยายามจะแกล้งหลอกคนกลุ่มนี้เพื่อความสนุกสนานอีกด้วย 
 วิธีการเล่น
        วันที่ 1 เมษายน ก็กลายเป็นวัน April’s Fool Day เรื่อยมา และวันที่ 1 เมษายน ก็เลยกลายเป็นวันที่คนแกล้งหลอกกันด้วยการแต่งเรื่องอะไรก็ได้มาหลอกให้คนอื่นหลงเชื่อ จากนั้นค่อยเฉลยในตอนท้าย

        ซึ่งเรื่องที่เอามาหลอกนั้นจะต้องไม่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับเลือดตกยางออก และคนที่ถูกหลอกจะต้องไม่โกรธด้วย เพราะถือว่าวันนี้เป็นวันพิเศษ ยกเว้นให้หนึ่งวัน


ขอบคุณข้อมูลจากคลังปัญญาไทย

การโกหกเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะในโลกนี้ไม่มีใครเพอร์เฟกต์ 100% หรอกบางครั้งก็ต้องโกหกเพื่อรักษาหน้าตัวเอง หรือโกหกเพื่อรักษาน้ำใจ แล้วจะโกหกดีหรือเปล่าล่ะ ขอบอกเลยว่า การโกหกต้องอาศัยความเข้มแข็ง ฉลาดมีไหวพริบดี และเสี่ยง เพราะมันไม่ง่ายเลย พูดความจริงยังจะง่ายเสียกว่าอีก ก็เมื่อได้โกหกแล้วก็ต้องจำให้ได้ว่าพูดอะไรไปเมื่อไร และต้องเป็นเรื่องที่น่าเชื่อถืออีกด้วย เพราะถ้ามีคนมาถามบ่อยๆ แล้วตอบพลาดเขาจับได้แน่ คราวหน้าก็จะไม่มีใครไว้ใจคุณอีก ทั้งๆ ที่โกหกนิดเดียวหรือครั้งเดียวก็ทำให้กลายเป็นที่ไม่ไว้วางใจเสียแล้วน่ะซิ

โกหก เพื่อรักษาน้ำใจอาจจำเป็นต้องทำ แต่คนเราน่าจะเลือกได้ซิว่า ไม่ได้พูดโกหก แต่เป็นการพูดความจริงเพียงครึ่งเดียว บิดเบือนความจริงเล็กน้อย หรือพูดความจริงไม่หมดตะหากล่ะ แล้วถ้ามันมีความจำเป็นที่จะต้องโกหกละก็ ขอให้มันน้อยที่สุด หรือให้มันสมเหตุสมผล และที่สำคัญคุณต้องจำให้แม่นๆ ว่า โกหกไว้อย่างไรบ้าง ห้ามลืมเด็ดขาด มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาบานปลายได้ 
สำหรับ หนุ่มๆ สาวๆ สมัยนี้พวกสวยหล่อเลือกได้เนี่ย ตัวดีนักเชียว พอสับรางไม่ทันก็ต้องโกหกเพื่อเอาตัวรอดว่างั้นเถอะ หากคุณเป็นหนึ่งในเหยื่อของพวกเขาละก็ ต้องคอยสังเกตสัญญาณประหลาดๆ เอาไว้ให้ดี เหตุการณ์ไหนดูแล้วไม่ค่อยสวยแล้วละก็ ถามไถ่กันเสียให้รู้เรื่อง ชัดเจนกันไปเลย อย่าได้คิดไปเองเชียว เดี๋ยวจะเลยเถิด 

การโกหกที่แรงและเลวที่สุดก็คือ การหลอกลวง ไปจนถึงการทรยศหักหลัง แต่ด้วยความเป็นจริงแล้ว คนเราก็ควรจะบริสุทธิ์ใจต่อกัน โดยเฉพาะกับคนที่เรารัก เพราะถ้าเมื่อไรก็ตามที่ความจริงอื่นๆ ถูกเปิดเผย ไม่ว่าจะโกหกหรือไม่โกหก มันก็มีผลไม่ต่างกับการหลอกลวง ซึ่งมันอาจทำให้ความสัมพันธ์ร้าวฉานได้ในภายหลัง วัน "April Fool's Day" วันนี้ก็อย่าล้อเล่นกันรุนแรงนักก็แล้วกันนะคะ เล่นพอ "หนุก หนุก" ก็พอ เดี๋ยวแค่เรื่องเล็กๆ จะกลายเป็นเรื่องใหญ่เสียเปล่าๆ



ขอบคุณบทความของคุณ ปู โลกเบี้ยว

ประวัติวันฉัตรมงคล


ขอขอบคุณภาพประกอบจาก aco.psru.ac.th

         วันที่ 5 พฤษภาคม เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของปวงชนชาวไทย ที่อยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ควรระลึกถึง วันนี้กระปุกจึงมีเรื่องราวความสำคัญของวันฉัตรมงคลมาฝากค่ะ

ความหมายของวันฉัตรมงคล

         วันฉัตรมงคล (อ่านว่า ฉัด-ตระ-มง-คล) มีความหมายตามพจนานุกรมว่า พระราชพิธี ฉลองพระเศวตฉัตร ทำในวันซึ่งตรงกับวันบรมราชาภิเษก

ความสำคัญของวันฉัตรมงคล

         วันฉัตรมงคล เป็นวันที่รำลึกถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี และราชอาณาจักรไทย ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ต่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 และดำรงพระอิสริยยศเป็น "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช"เนื่องจากยังมิได้ทรงผ่านพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ก็เสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาอยู่ ณ ทวีปยุโรป จนกระทั่งทรงบรรลุนิติภาวะ จึงได้เสด็จนิวัติประเทศไทย

         ดังนั้นรัฐบาลไทยและ พสกนิกร จึงได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม จัดงานพระราชพิธีฉลองพระเศวตฉัตร หรือรัฐพิธีฉัตรมงคล หรืออาจเรียกว่าพระราชพิธีฉัตรมงคล ซึ่งกระทำในวันบรมราชาภิเษก ถวายเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้มีพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้นว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"

         ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พสกนิกรชาวไทยจึงได้ถือเอาวันที่ 5 พฤษภาคม ของทุกปีเป็นวันฉัตรมงคล เพื่อน้อมรำลึกถึงวันสำคัญนี้

ความเป็นมาของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

         การจัดพระราชพิธีบรม ราชาภิเษกนั้น มีหลักฐานปรากฎในหลักศิลาจารึก วัดศรีชุมของพญาลิไทว่า เริ่มต้นมาตั้งแต่ครั้งพ่อขุนผาเมืองได้อภิเษกพ่อขุนบางกลางหาว หรือ พ่อขุนบางกลางท่าว ให้เป็นผู้ปกครองเมืองสุโขทัย

         จากนั้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงฟื้นฟูพระราชพิธีบรมราชาภิเษกให้ถูกต้องสมบูรณ์ โดยพระมหากษัตริย์ที่ยังมิได้ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จะไม่ใช้คำว่า "พระบาท" นำหน้า "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" และคำสั่งของพระองค์ก็ไม่เรียกว่า "พระบรมราชโองการ" และอีกประการหนึ่งคือ จะยังไม่มีการใช้ นพปฎลเศวตฉัตร หรือฉัตร 9 ชั้น 

ความเป็นมาของพระราชพิธีฉัตรมงคล

         ก่อนหน้ารัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชพิธีฉัตรมงคลถือเป็นพิธีของเจ้าพนักงานในพระราชฐาน ที่มีหน้าที่รักษาเครื่องราชูปโภคและพระทวารประตูวัง ได้จัดการสมโภชสังเวยเครื่องราชูปโภคที่ตนรักษาทุกปีในเดือนหก และเป็นงานส่วนตัว ไม่ถือเป็นงานหลวง

         จนกระทั่ง สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชย์ ได้ทรงกระทำพิธีฉัตรมงคลขึ้นเป็นครั้งแรก ในวันบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2393 โดยมีพระราชดำริว่า วันบรมราชาภิเษกเป็นมหามงคลสมัยที่ควรแก่การเฉลิมฉลองในประเทศที่มีพระเจ้าแผ่นดิน จึงถือให้วันนั้นเป็นวันนักขัตฤกษ์มงคลกาล และควรที่จะมีการสมโภชพระมหาเศวตฉัตรให้เป็นสวัสดิมงคลแก่ราชสมบัติ แต่เนื่องจากเป็นธรรมเนียมใหม่ ยากต่อการเข้าใจ อีกทั้งเผอิญที่วันบรมราชาภิเษกไปตรงกับวันสมโภชเครื่องราชูปโภคที่มีแต่เดิม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงอธิบายว่า วันฉัตรมงคลเป็นวันสมโภชเครื่องราชูปโภค จึงไม่มีใครติดใจสงสัย

         ดังนั้นจึงได้มีพระราชดำริจัดงานพระราชกุศลพระราชทานชื่อว่า "ฉัตรมงคล" นี้ขึ้น โดยได้มีการเฉลิมฉลองด้วยการนิมนต์พระสงฆ์มาสวดเจริญพุทธมนต์ ในวันขึ้น 13 ค่ำเดือน 6 รุ่งขึ้นมีการถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ด้วยเหตุนี้จึงถือว่าการเฉลิมฉลองพระราชพิธีฉัตรมงคล เริ่มมีในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นครั้งแรก

         ต่อมาในสมัยรัชกาล ที่ 5 วันบรมราชาภิเษกตรงกับเดือน 12 จึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานฉัตรมงคลในเดือน 12 แต่ไม่ได้รับการยินยอม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงแก้ไขด้วยการออกพระราชบัญญัติว่าด้วยตราจุลจอมเกล้าสำหรับตระกูลขึ้น ให้มีพระราชทานตรานี้ตรงกับวันคล้ายบรมราชาภิเษก ท่านผู้หลักผู้ใหญ่จึงยินยอมให้เลื่อนงานฉัตรมงคลมาตรงกับวันบรมราชาภิเษก แต่ยังให้รักษาประเพณีสมโภชเครื่องราชูปโภคอยู่ตามเดิม รูปแบบงานวันฉัตรมงคลจึงเป็นเช่นนี้จนถึงปัจจุบัน

พระราชพิธีฉัตรมงคลในรัชกาลปัจจุบัน

         ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงาน 3 วัน นั่นคือ

           วันแรก ตรงกับวันที่ 3 พฤษภาคม เป็นงานพระราชกุศลทักษิณานุประทาน ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เพื่ออุทิศส่วนกุศลถวายแด่พระบรมราชบุพการี เป็นพิธีสงฆ์สดัปกรณ์ พระบรมอัฐิ สมเด็จสวดพระพุทธมนต์ แล้วพระราชาคณะถวายพระธรรมเทศนา ซึ่งในวันนี้ได้เพิ่มพระราชพิธีตรึงหมุดธงชัยเฉลิมพล ที่จะพระราชทานแก่หน่วยทหารบางหน่วยเข้าไว้ด้วย

           วันที่ 4 พฤษภาคม เป็นวันเริ่มพระราชพิธีฉัตรมงคล เจ้าพนักงานจะได้อัญเชิญเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ขึ้นประดิษฐานบนแท่นใต้พระมหาปฎลเศวตฉัตร พระครูหัวหน้าพราหมณ์อ่านประกาศพระราชพิธีฉัตรมงคล แล้วทรงสดับพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ เวลาเที่ยง ทหารบก ทหารเรือ จะยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด 

           ส่วนวันที่ 5 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันฉัตรมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ ทรงบูชาเครื่องกกุธภัณฑ์ พราหมณ์เบิกแว่นเวียนเทียนสมโภชพระมหาเศวตฉัตรและราชกกุธภัณฑ์ ตอนเย็นพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าแก่ผู้ที่มีความดีความชอบ แล้วเสด็จนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร และถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ที่ปราสาทพระเทพบิดร เป็นเสร็จพระราชพิธี

         ทั้งนี้ในวันฉัตรมงคล สำนักพระราชวังได้เปิดปราสาทหลายแห่งให้ประชาชนได้เข้าชมและถวายบังคมอีกด้วย

กิจกรรมที่ควรปฏิบัติในวันฉัตรมงคล 

           1. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือนและสถานที่ราชการ

           2. ร่วมทำบุญตักบาตร ประกอบพิธีทางศาสนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล 

           3. น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยพร้อมเพรียงกัน กล่าวคำถวายอาศิรวาทราชสดุดี ถวายชัยมงคลให้ทรงพระเกษมสำราญ ทรงเจริญพระชนมายุยิ่งยืนนาน เป็นมหามิ่งขวัญแก่พสกนิกรชาวไทยไปชั่วกาลยิ่งยืนนาน 

         เมื่อวันฉัตรมงคลเวียนมาบรรจบครบรอบอีกหนึ่งครา ในวันที่ 5 พฤษภาคม พสกนิกรชาวไทยทั้งหลาย จึงควรระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจอันมีคุณอนันต์แก่ปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุด มิได้




ขอขอบคุณข้อมูลจาก

- sunsite.au.ac.th
- lib.ru.ac.th
- tungsong.com

วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

7 สถานที่ขอแต่งงานสุดแสนโรแมนติกต้อนรับ "วาเลนไทน์"

วันแห่งความรัก หลายต่อหลายคนถือเอาเป็นฤกษ์งามยามดีที่จะทวงถามคำตอบจากคนรักว่าจะยอมตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน มี 7 สถานที่โรแมนติกมาแนะนำ

วันวาเลนไทน์ นอกจากจะเป็นวันที่คู่รักจะเตรียมหาซื้อของขวัญแทนใจกันแล้ว ยังเป็นอีกวันที่หนุ่มๆ อยากใช้โอกาสนี้ในการขอคนรักแต่งงานนั้น คุณสุภาพบุรุษคงจะต้องตระเตรียมการเพื่อสร้างความประทับใจให้มากที่สุดเรียกได้ว่า ให้สาวเจ้าซาบซึ้งจนต้องตอบตกลงโดยมิลังเลใจ ซึ่งคงจะไม่ได้เป็นเพียงแค่นั่งคุกเข่า เปิดกล่องแหวนและเอ่ยปากถามหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเพียงแค่นั้น

แต่สถานที่ที่จะเลือกใช้เป็นเวทีเจรจาครั้งสำคัญในชีวิตนี้ ดูจะเป็นโจทย์ที่ค่อนข้างยากสำหรับสุภาพบรุษทั้งหลายอยู่ไม่น้อย ในโอกาสที่วาเลนไทน์กำลังใกล้เข้ามา อโกด้า เซอร์วิสเซส  ผู้ให้บริการเว็บไซต์จองห้องพักในโรงแรมในเอเชียและทั่วโลกผ่านเว็บไซต์ agoda  ขอแนะนำ 7 สถานที่สุดแสนโรแมนติกจากทั่วโลกให้กับ บรรดาหนุ่มๆ ทั้งหลายที่ความรักกำลังผลิบานเต็มที่ใช้เป็นสถานที่ขอว่าที่เจ้าสาวแต่งงานกันในวันวาเลนไทน์ที่กำลังจะมาถึง  ขอแนะนำเสนอสถานที่สุดแสนโรแมนติกในการขอคู่รักของคุณแต่งงานจากทุกมุมโลก ดังนี้
ชิงช้าสวรรค์ ลอนดอน อายน์ กรุงลอนดอน ประเทศ อังกฤษ

ชิงช้าสวรรค์ความสูงถึง 135 เมตร แห่งนี้ เหมาะอย่างยิ่งกับการควงคู่กันขึ้นไปสัมผัสสายลมยามค่ำคืนในบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกพร้อมชมวิวทิวทัศน์ทั่วกรุงลอนดอนแบบกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา จากจุดที่สูงที่สุดในอังกฤษนี้ ในช่วงวันแห่งความรัก บรรดาคู่รักมักจะจับจองความเป็นส่วนตัวบนที่สูงในแคปซูลแชมเปญที่จะให้ความเป็นส่วนตัวและพาคุณล่องลอยไปบนอากาศพร้อมดื่มแชมเปญ Laurent-Perrier รสเลิศร่วมกันเพื่อกับฉลองวันที่แสนจะโรแมนติกนี้ และเมืองผู้ดีแห่งนี้ยังมีประเพณีประจำปีที่ออกจะแปลกกว่าทุกๆ ที่ คือในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ของทุกปี หญิงสาวจะสามารถเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอชายหนุ่มแต่งงานได้อีกด้วย สาวใดที่หนุ่มๆ ปล่อยให้รอแต่ไม่ขอสักที คงต้องชวนคู่รักไปเยือนกรุงลอนดอนสักทีแล้ว
หอไอเฟล กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

หากไม่มีหอไอเฟล ติดอันดับสถานที่แนะนำให้หนุ่มๆ ใช้เป็นที่คุกเข่าขอความรักกับสาวๆ คงเป็นไปไม่ได้ ด้วยการได้รับการขนานนามว่าเป็นนครแห่งความรักทำให้หอไอเฟล แห่งกรุงปารีส กลายเป็นไอคอนสำคัญของมหานครแห่งนี้และติดอันดับไอคอนของโลกเลยก็ว่าได้ ในวันวาเลนไทน์ของทุกปีนั้น หอไอเฟลจะคราคร่ำไปด้วยคู่รักทุกเพศทุกวัยที่จับจองพื้นที่ที่จะใช้เวลาสุดแสนโรแมนติกด้วยกัน เชื่อว่าบรรยากาศยามค่ำคืนบนหอสูงแห่งนี้จะเป็นแรงผลักดันให้บรรดาสุภาพบุรุษทั้งหลายกล้าเผยความในใจขอคนรักแต่งงานและสาวเจ้าก็น่าจะยินดีรับอีกด้วย ขอบอกว่า พระเอกฮอลลี่วู้ด ชื่อดัง อย่างทอม ครูซ ก็ใช้หอไอเฟลแห่งนี้คุกเข่าขอหมั้นคนรักมาแล้ว ใครจะเลียนแบบ ก็ไม่ว่ากัน
ซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ บริดจ์ ประเทศ ออสเตรเลีย

สะพานซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ บริดจ์ เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ขอแนะนำ ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโครงสร้างเหล็กถักรูปโค้งที่งดงาม และยังนับเป็นสะพานแขวนที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นเพื่อเป็นสะพานแห่งความหวังในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำ แต่ในช่วงวาเลนไทน์ ซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ บริดจ์ ก็จะกลายเป็นสะพานแห่งความหวังของคนที่ต้องการลั่นประตูวิวาห์ในเร็ววัน ด้วยบรรยากาศที่โรแมนติกไม่แพ้ที่ใด สายลมพัดเย็นสดชื่นด้านบนกับฉากท้องฟ้าที่งดงามยามพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าและยามค่ำคื่นที่พื้นน้ำด้านล่างที่สะท้อนแสงสีของเมืองซิดนีย์ ประกอบกับวิวของโอเปร่า เฮ้าส์ สถาปัตยกรรมที่เลื่องชื่อระดับโลก ส่วนผสมที่ลงตัวทั้งหลายเหล่านี้ คงจะช่วยให้ความหวังความฝันในเรื่องความรักกลายเป็นจริงได้ไม่ยากเลยทีเดียว
อ่าวมาหยา เกาะพี พี จังหวัดกระบี่ ประเทศไทย

อ่าวมาหยา อันเลื่องชื่อแห่งท้องทะเลกระบี่ที่โด่งดังเป็นที่ประจักษ์กับสายตาชาวโลกมาแล้วเมื่อใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่อง เดอะ บีช ที่มีพระเอกวัยกระเตาะในยุคนั้นอย่าง ลีโอนาโอ ลิคาปริโอ รับบทนักแสดงนำ ธรรมชาติที่งดงามลงตัว ทั้งชายหาดขาว น้ำทะเลใส วิวสวย และเป็นอ่าวที่ซุกซ่อนตัวอยู่ในแนวกำบังของกำแพงผาทำให้อ่าวมาหยาเหมาะอย่างยิ่งกับการใช้เวลาที่แสนสงบ ดื่มด่ำกับธรรมชาติ และเผยความในใจกับคู่รักแบบมีสายลม แสงแดด และภูผา เป็นพยานก็โรแมนติกไปอีกแบบ
ตึกเอมไพร์ สเตท นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

ตึกที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดในโลกมายาวนานถึง 40 ปีแห่งนี้ เป็นสถานที่รวมบรรดาคู่รักหลากหลายชาติที่พากันใช้ชั้นสูงสุดของตึกที่สุดแสนจะโรแมนติกดื่มด่ำบรรยากาศด้วยกันในค่ำคืนวาเลนไทน์ ที่น่าสนใจสำหรับที่นี่ คือ การจัดงานแต่งงานหมู่ให้กับคู่บ่าวสาวซึ่งเป็นประเพณีของทุกปีในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่จะมีคู่รักจากนานาชาติกว่า 200 คู่ ที่ใช้ วันวาเลนไทน์และตึกเอมไพร์เป็นสถานที่วิวาห์ เพราะฉะนั้น ใครที่อยากสมหวังในความรัก ลองใช้ตึกเอมไพร์ ขอคนรักแต่งงานดู ไม่แน่นะว่า สาวเจ้าจะตกปากรับคำทันที และปีต่อไป คุณจะได้เป็นอีกคู่หนึ่งที่มาเข้าพิธีวิวาห์ที่ตึกสูงสุดของโลกในมหานครนิวยอร์กแห่งนี้ก็เป็นได้
จตุรัส ซาน มาร์โค กรุงเวนิช ประเทศอิตาลี

ใครที่เคยไปเยือนกรุงเวนิช ประเทศอิตาลี ต้องยอมรับว่าเป็นเมืองโรแมนติกที่สุดในโลก ด้วยความงดงามของสถาปัตยกรรมเก่าแก่และเสน่ห์ของการเป็นเมืองที่เหมือนลอยอยู่บนผิวน้ำ สำหรับวาเลนไทน์ปีนี้ เวนิช จึงเป็นอีกแห่งหนึ่งที่ต้องแนะนำ เพราะเลือกความโรแมนติกเพื่อขอคู่รักแต่งงานกันได้หลายแบบ ทั้งล่องเรือกอนโดลาที่สวยงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของเวนิช ที่จะพาคู่รักล่องไปตามตรอกซอยต่างๆ ที่สองข้างทางจะเป็นสิ่งปลูกสร้างที่งดงามสไตล์อิตาลี หรือจะใช้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และงดงามเป็นเครื่องช่วยให้สาวเจ้ารับคำขอก็ขอแนะนำที่จตุรัสซาน มาร์โค ที่ซึ่งวิหารแบบไบเซนไทน์ ที่งดงามและใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันตกตั้งตระหง่านอยู่
หาดไวกิกิ , เกาะโออาฮู, ฮาวาย

หาดไวกิกิ เหมาะกับคู่รักที่ออกจะชอบกลิ่นอายของความเจริญผสมกับบรรยากาศแบบธรรมชาติของท้องทะเลสีครามแห่งมหาสมุทรแปซิฟิก น้ำทะเลที่นี่ได้ชื่อว่ามีสีสันสวยงามไม่เหมือนที่ใด และความโรแมนติกของหาดไวกิกิอยู่ที่ทัศนียภาพในยามพระอาทิตย์ตกที่แสงสะท้อนของน้ำทะเลจะยิ่งงดงามขึ้น หรือจะใช้ช่วงเวลาโรแมนติกด้วยกันในยามค่ำคืน ทั้งดินเนอร์ด้วยกันบนชายหาดที่งดงาม หรือพากันเดินเล่นไปยังจุดที่เรียกว่า Diamond Head ที่เป็นมุมที่งดงามของหาดไวกิกิ ซึ่งจะได้เห็นหาดโค้งเสี้ยวพระจันทร์และตึกที่มีแสงไฟระยิบระยับทอดตัวเป็นแนวโค้งขนานกับหาดในเวลากลางคืน นับเป็นวิวที่สวยมากของหาดแห่งนี้

วาเลนไทน์ปีนี้ ขออวยพรให้ทุกคู่รักสุขสมหวังกับการเดินทางท่องเที่ยว
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

6 วิธีจีบยอดฮิต

เครดิต Angle & Demon
 “จีบ” คือพฤติกรรมต่อเนื่องหลังจากการตกหลุมรักหรือปิ๊งใครสักคน กรรมวิธีในการจีบขึ้นอยู่กับประสบการณ์, ความกล้า, ความพยายาม รวมถึงทุนทรัพย์ของแต่ละคน มีวิธีจีบแบบไหนบ้างที่คุณเคยใช้หรือว่าคุณเคยรู้กันมา ผมรวบรวมมาให้ได้อ่านกันแล้วครับ ถ้าแบบไหนคุณยังไม่เคยใช้จะเอาไปใช้ก็ไม่ว่ากัน 

ใช้การติดต่อสื่อสารในรูปแบบต่างๆ

โทรศัพท์บ้าน, โทรศัพท์มือถือ (บีบี,ไอโฟน), อินเตอร์เน็ท (เอ็มเอสเอ็น, เฟซบุ๊ค, ไฮไฟว์, โชเชียลเน็ทเวิรค์ต่างๆ) ถ้าย้อนกลับไปยุคก่อน สมัยโทรศัพท์มือถือยังเป็นของแพงและหายาก โทรศัพท์บ้านคือทางออกในการติดต่อสื่อสารกัน แต่ต้องเสี่ยงว่าผู้รับสายปลายทางอาจไม่ใช่จุดหมายซึ่งคุณต้องการคุยด้วย คุณอาจโทรไปเจอ คุณพ่อหวงลูกสาวหรือคุณแม่จอบเฮี้ยบก็เป็นได้ แต่ยุคนี้โทรศัพท์มือถือกลายเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของคนปัจจุบัน ทำให้การโทรหากันเป็นเรื่องง่ายขึ้น ทั้งการส่งข้อความ ส่งเพลง ส่งรูปภาพ รวมถึงโซเชียลเน็ทเวิรค์ในระบบอินเตอร์เน็ทหลากหลายรูปแบบให้คุณได้เลือกใช้ตามความชอบ การจีบผ่านสื่อต่างๆเหล่านี้เป็นวิธีการจีบที่ไม่ต้องลงทุนลงแรงมากเท่าไร แต่ใช้ได้ผลสำหรับหลายๆคู่



หยอดคำหวาน มุขตลก คารมคมคาย

น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน ดังนั้นการใช้คำหวาน มุขตลก หรือคารมนั้น สามารถนำมาซึ่งชัยชนะให้กับคุณได้ บางครั้งความตลกยังเป็นเสน่ห์เหนือกว่าการเป็นคนหน้าตาดีแต่ขี้เก็กอีกครับ ถึงมีคำเปรียบเปรยว่า “คารมเป็นต่อรูปหล่อเป็นรอง” สำหรับคนมีคุณสมบัติทั้งสองอย่างในคนๆเดียวคงต้องถือว่าคุณได้เปรียบคู่แข่งอยู่หลายเท่าเลยแหล่ะ



เจ้าบุญทุ่ม

เทคนิคนี้เหมาะสำหรับผู้มีอันจะกินเท่านั้น ส่วนผู้มีรายได้น้อยแต่รสนิยมสูงอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ เพราะคุณอาจหมุนเงินไม่ทันและเงินไม่พอใช้ ถ้าคุณเปิดตัวด้วยความอลังการ แต่พอตอนคบกันคุณไม่สามารถทำสิ่งที่คุณโปรโมทไว้ในตอนแรกได้ตลอด สุดท้ายคงต้องลงเอยด้วยกันโดยอีกฝ่ายทิ้ง เทคนิคเจ้าบุญทุ่มเริ่มตั้งแต่ขั้นพื้นฐานคือเลี้ยงข้าว เลี้ยงน้ำ เลี้ยงขนม เลี้ยงไอติม เลี้ยงหนัง ซื้อของฝาก (รวมถึงการซื้อของฝากผู้ใหญ่เพื่อเป็นการแสดงน้ำใจเรียกว่าเป็นการเข้าหาผู้ใหญ่หรือการคบหากันในสายตาผู้ใหญ่) พาไปเที่ยว เรื่องควรระวังสำหรับฝ่ายรับคือ การคาดหวังสิ่งตอบแทนจากผู้ให้ อีกฝ่ายอาจต้องการได้คุณเป็นแฟน อยากเป็นคนรักคุณจริงๆหรือเป็นการทุ่มเทเพื่อหวังประโยชน์อย่างอื่นจากคุณเช่น หวังฟันคุณอย่างเดียว คนประเภทนี้ก็มีนะ



ตามเป็นเงา เดอะบอดี้การด์

การไปรับไปส่ง เดินตามติดเป็นบอดี้การด์นั้นมีผลลัพธ์ได้สองแบบ แบบแรกคือทำให้อีกฝ่ายรู้สึกชินและอบอุ่นจนในที่สุดก็ขาดคุณไม่ได้ แบบสองคือเกิดความรำคาญเพราะรู้สึกขาดความเป็นส่วนตัว วิธีนี้จะใช้ได้ผลหรือไม่ขึ้นอยู่กับฝ่ายถูกจีบเป็นสำคัญ โดยคุณต้องสังเกตุว่าวิธีจีบแบบนี้ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอย่างไร ถ้าอีกฝ่ายแสดงท่าทีไม่พอใจ คุณควรเปลี่ยนหรือปรับความถี่ของการเข้าหาให้น้อยลง



ตรงๆไม่อ้อมค้อม

วิธีนี้เหมาะสำหรับคนมีความมั่นใจ ไม่ต้องการอ้อมค้อมให้เสียเวลา คือการบอกกล่าวอีกฝ่ายถึงความรู้สึกและตั้งหน้าตั้งตาจีบแบบจริงจัง ด้วยการรวมหลายๆวิธีเข้าด้วยกัน ข้อดีคือทำให้อีกฝ่ายรู้ถึงจุดประสงค์ของการเข้าหา แต่ข้อเสียคือเสี่ยงต่อความผิดหวัง ถ้าอีกฝ่ายตื่นตูมตกใจหนีไปซะก่อน



เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ

เป็นวิธีคลาสสิคสำหรับมุขแอบรักเพื่อน คุณอาจใช้วิธีตีสนิทด้วยความเป็นเพื่อนแล้วค่อยๆละลายหัวใจอีกฝ่ายด้วยการทำดีของคุณ ข้อเสียของวิธีนี้คืออาจต้องใช้เวลานานในการทำให้อีกฝ่ายรู้สึกมีใจและยอมรับคุณในฐานะมากกว่าเพื่อน เพราะอีกฝ่ายไม่แน่ใจกับการกระทำของคุณเนื่องจากการเปิดตัวของคุณกับเค้านั้นเริ่มต้นด้วยฐานะเพื่อนนั่นเอง



มีวิธีไหนที่คุณผู้อ่านเคยได้ลองใช้กันบ้างแล้ว  บทความนี้อาจเหมาะกับคุณผู้อ่านผู้ชายมากกว่าผู้หญิง แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงจะจีบผู้ชายก่อนไม่ได้นะ เพราะยุคสมัยเปลี่ยนไป มัวเล่นตัวรอฝ่ายชายมาจีบอย่างเดียวคงไม่ทันคนอื่นกิน อย่างในหนังเรื่อง “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ” ไงครับ ไม่ใช่เรื่องผิดที่ผู้หญิงจีบผู้ชายก่อน แต่ถ้าบุ่มบ่ามใช้วิธีแบบตรงๆไม่อ้อมค้อมคงดูไม่งามเท่าไร ถ้าคิดจีบผู้ชายก่อนควรค่อยๆเป็นค่อยๆไปไม่ให้อีกฝ่ายหนีหายไปซะก่อน สิ่งสำคัญคือไม่ว่าจะเป็นเพศไหน ถ้าคิดจีบใครแล้วล่ะก็ การทุ่มเทและความอดทนคือสิ่งที่คุณควรกระทำ ไม่มีใครตอบได้ว่าวิธีไหนดีที่สุดหรือบอกได้ว่าคุณจะจีบคนๆนั้นสำเร็จหรือไม่ เมื่อไรก็ตามถ้าคุณรู้สึกรักหรือชอบใครสักคนแล้ว ลุยให้เต็มที่เลย อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปแล้วมานั่งเสียใจว่าไม่ได้ทำอะไรซักอย่างเพื่อความรักของคุณ ถึงมีคำกล่าวที่ว่า “อกหักดีกว่ารักไม่เป็น” ไง

ของขวัญวาเลนไทน์…ถูกใจแฟน

ของขวัญวาเลนไทน์…ถูกใจแฟนสาว

1.ของขวัญวาเลนไทน์…เซตโรแมนติกวาเลนไทน์
คุณอาจจะทุ่มเทเต็มที่เพื่อวาเลนไทน์ด้วยของขวัญวาเลนไทน์ชุดโรแมนติกวาเลนไทน์ ทั้งช็อกโกแลต การ์ดสวยๆกับข้อความแสนหวาน กุหลาบช่อโต เชมเปญสักขวด

2.ของขวัญวาเลนไทน์…ชุดอาบน้ำแสนโรแมนติก
สาวๆส่วนใหญ่ไม่ปฏิเสธของขวัญวาเลนไทน์ประเภทนี้แน่ๆค่ะ เพราะมันทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายและแปลกใหม่ที่จะลอง ที่สำคัญเธอยินดีนำเสนอกลิ่นหอมๆบนตัวเธอให้คุณได้ร่วมสัมผัสด้วยนะ ดีมั๊ยเอ่ย

3.ของขวัญวาเลนไทน์…หวานสวยเก๋มีราคาสลักชื่อคู่กัน
เรื่องแหวนคู่หรือแหวนสลักชื่อถือว่าเป็นของขวัญวาเลนไทน์ที่คลาสสิคตลอดกาล เพราะผู้หญิงปรารถนาแหวนจากชายที่รักเสมอจริงๆนะ

4.ของขวัญวาเลนไทน์…เซตสวยแบบสปา
เรื่องสวยๆงามๆนี่เป็นของคู่กันกับสาวๆอยู่แล้วล่ะค่ะ ยิ่งถ้าหนุ่มคนไหนที่แฟนชอบไปขัด ไปนวดที่สปา เธอคงจะปลื้มน่าดูเชียว

5.ของขวัญวาเลนไทน์…รวมมิตรขนมอร่อยเพื่อสุขภาพ
เน้นนะคะว่าสุขภาพนิดหนึ่ง เพราะคุณก็รู้นิว่าผู้หญิงมักจะกลัวอ้วน ถึงแม้จะเป็นของขวัญวาเลนไทน์แต่จะซื้อของหวานๆให้ก็ดูจะทำร้ายหรือตอกย้ำเธอเข้าไปใหญ่ เปลี่ยนเป็นพวกขนมโลว์แฟต
ไขมันต่ำ และขนมเพื่อสุขภาพดีกว่านะ

6.ของขวัญวาเลนไทน์…กลอนหวานเจี๊ยบกับของขวัญเก๋ๆ
เมื่อวานก็รัก วันนี้รักเธอ พรุ่งนี้ก็รักเธอ พอใจที่มีเธอ… เอาเลยค่า เพลงนี้มอบให้เธอเป็นของขวัญวาเลนไทน์ เขียนใส่การ์ดสักใบ หรือเขียนบนกล่องของขวัญอะไรเล็กๆน้อย เธอก็ลอยไปถึงเกาหลีแล้ว
เน่าแต่จริงใจนะเออ

7.ของขวัญวาเลนไทน์…ล็อตเตอรี่แห่งความรัก
คุณผู้ชายคนไหนมีไอเดียบรรเจิดก็อาจจะคิดของขวัญแนวๆที่คิดว่าแฟนจะชอบหรือ เอาง่ายๆเราขอนำเสนอ ล็อตเตอรี่แห่งความรักค่ะ ของขวัญวาเลนไทน์ที่คุณสามารถจะใส่สิทธิพิเศษๆให้แฟนสาวเซอร์ไพรซ์
เล่นงัยล่ะค่ะ น่าสนุกดีนะ แต่เขียนอะไรให้เธอไป ก็ต้องทำให้ได้นะจ้ะ

8.ของขวัญวาเลนไทน์…สร้อยคอคล้องใจ
เครื่องประดับประเภทสร้อยนี่แหล่ะถือว่าเป็นของขวัญวาเลนไทน์ธรรมดาแต่น่าให้ที่สุด เพราะวาเลนไทน์นี้อาจจะเป็นเดตแรกของคุณก็ได้ สร้อยคอดูเป็นของขวัญวาเลนไทน์ที่มีเสน่ห์และไม่ผูกมัดเกินไปค่ะ

แต่ระวังอย่าให้ซ้ำกับใครเข้าล่ะ เดี๋ยวจะเป็นของขวัญวาเลนไทน์ชิ้นสุดท้ายที่ได้ให้แทนนะ อิอิ


ของขวัญวาเลนไทน์…ถูกใจแฟนหนุ่ม 

1.ของขวัญวาเลนไทน์…สร้อยคอหรือสร้อยข้อมือโซ่สลัก
สร้อยคอหรือสร้อยข้อมือโซ่สลักเป็นของขวัญวาเลนไทน์เท่ห์ๆที่ไม่ออกเกย์แน่นอน แต่ถ้าแฟนหนุ่มของคุณไม่ชอบก็เปลี่ยนเป็นแหวนแทนก็ได้ค่ะ เรียบง่าย เลือกแบบสไตล์ผู้ชายหน่อย

2.ของขวัญวาเลนไทน์…ของโปรดหนุ่มๆ
ของขวัญวาเลนไทน์ปีนี้อาจจะเป็นขนมคบเคี้ยว กรุบกรอบต่างๆที่เขาชอบทานหรืออยากทานแต่ไม่มีเวลาซื้อ

3.ของขวัญวาเลนไทน์…นาฬิกาเรือนเท่ห์
ซื้อนาฬิกาข้อมือผู้ชายเป็นของขวัญวาเลนไทน์ให้แฟนหนุ่มของคุณ หรูเริ่ด อลังการมาก เขาต้องแฮปปี้สุดๆเลยล่ะ

4.ของขวัญวาเลนไทน์…เซตอาบน้ำหรือดูแลผิวพรรณ
ของขวัญวาเลนไทน์ที่เป็นเซตอาบน้ำหรือเชตดูแลผิวพรรณเหมาะกับหนุ่มสำอางนิดๆที่ไม่ค่อยมีเวลาซื้อหาหรือเลือกไม่ถูก โอกาสนี้ล่ะเหมาะที่จะให้เขาทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ๆจากคุณ
แต่ดูเหมือนผู้ชายบางประเภทไม่ชอบการอาบน้ำหรือดูแลตัวเองซักเท่าไหร่  ดังนั้นระวังการซื้อของแบบนี้ด้วยนะคะ เพราะเดี๋ยวเขาจะคิดว่าประชดกันหรือเปล่า

5.ของขวัญวาเลนไทน์…ชุดบำรุงสุขภาพ
ของขวัญวาเลนไทน์ให้หนุ่มๆ ไม่ว่าจะหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ คุณก็สามารถซื้อชุดบำรุงสุขภาพให้เขาได้ค่ะ นอกจากมีประโยชน์แล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยที่เรามีต่อเขาด้วย

6.ของขวัญวาเลนไทน์…หนุ่มๆมักชอบการเอาใจ
ปกติถ้าชอบทานข้าวกันนอกบ้าน วันหยุดวาเลนไทน์นี้เปลี่ยนจากซื้อของขวัญวาเลนไทน์ เป็นอยู่บ้านแล้วจัดบรรยากาศบ้านให้ดูโรแมนติก อาจจะแกล้งใช้ให้เขาไปซื้อของหรือทำนั่นนี่ที่อื่นก่อน
แล้วค่อยเซอร์ไพรซ์ด้วยอาหารมื้อพิเศษดูก็น่าสนนะ

7.ของขวัญวาเลนไทน์…ของขวัญเล็กๆน้อยผูกโบว์แดง
คุณอาจจะประดิษฐ์ของขวัญวาเลนไทน์เล็กๆน้อยๆที่อยากจะให้ หรืออาจจะซื้อของที่เขาชอบเช่น ซีดีเพลง ซีดีหนัง หูฟังไอพอด แล้วห่อกระดาษผูกโบว์ให้เป็นของขวัญรับวาเลนไทน์ที่น่าจดจำ

ข้างในไม่เท่าไหร่ ข้างนอกใส่ใจให้เต็มที่ ของขวัญวาเลนไทน์ปีนี้ก็น่า(หลง)รักแล้วค่ะ



ที่มา Beauty.Yopi

วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2553

ขอคืนพื้นที่


สามี : สะกิดภรรยาแล้วบอกว่า “เรามาปรองดองกันดีกว่านะ…อิอิ”
ภรรยา : วันนี้ฉันเหนื่อยไม่มีอารมณ์ปรองดองด้วย
สามี : พูดด้วยอารมณ์ไม่สมหวัง “ฉันให้เวลาเธอ 30 นาที ถ้าเธอไม่พร้อม ฉันพร้อมอาวุธประจำกาย จะขอบุกเพื่อขอคืนพื้นที่
ภรรยา : ถ้าเธอจะบุกเพื่อขอคืนพื้นที่ในคืนนี้ ก็จะมีแต่ความเสียหายทั้งสองฝ่าย เพราะว่าคืนนี้พื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่สีแดงมา 2 วัน แล้วยังไม่ถูกยกเลิกเลย.
สามี : งั้นดีแล้ว คืนนี้ ฉันจะออกไปข้างนอก ไปขอกระชับพื้นที่กับ กองกำลังไม่ทราบฝ่าย…อิอิ

วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553

วิธีเขียนจดหมายรักที่ได้ผลแน่นอน







ผมชอบคุณมากๆเลย พูดได้ว่าถึงขั้นรักคุณเข้าแล้วนะ 
เวลาอยู่กับคุณทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก 

เพราะฉะนั้นผมถึงเขียนจดหมายฉบับนี้ให้คุณ หวังว่าคุณจะยอมรับความรักของผม 
อยู่เคียงคู่ผมไปจนชั่วฟ้าดินสลาย… 

แต่ว่า คุณยังไม่ต้องรีบตอบผมก็ได้ ผมจะเล่าเรื่องบางเรื่องให้คุณฟังก่อน… 

เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้วได้มั้ง มีผู้หญิงผู้โชคดีคนหนึ่งดังเช่นคุณ 
ได้รับจดหมายรักจากผมฉบับหนึ่งเช่นเดียวกันกับคุณ… 

ในตอนนั้นเธอตอบผมว่า “ขอโทษนะ ฉันรู้สึกว่าคุณกับฉันไม่สามารถเป็นไปได้มากกว่าเพื่อน” 
ผมเสียใจมากเมื่อได้ยินคำตอบเช่นนี้ ผมจึงหั่นเธอออกเป็นท่อนๆเก็บไว้ในตู้เย็นที่บ้านผม… 

และก็ 4 ปีก่อน ผมหนีออกมาจากความเศร้าเมื่อ 5 ปีก่อนนั้นได้แล้ว 
และเขียนจดหมายหนึ่งฉบับให้แก่หญิงสาวผู้โชคดีอีกคนหนึ่ง… 

คำตอบของเธอคือ “ฉันมีแฟนอยู่แล้ว” 

ผมจึงนัดแฟนเธอออกมาเจรจากันตัวต่อตัว 
เมื่อเขาเผลอ ผมจึงใช้ก้อนอิฐทุบหัวเขาจนตายแล้วยัดไว้ในถังใส่ปูนซีเมนต์ทิ้งลงทะเลไป 
หลังจากนั้น ผมก็ใช้ยาพิษฆ่าเธอตาย แล้วแช่ฟอร์มาลีน เก็บร่างเธอไว้ในห้องใต้ดินบ้านผม… 

3 ปีก่อน ผมหาแฟนสาวได้คนนึง แต่ไม่นานเธอก็โวยวายขอเลิกกับผม 
ผมไม่ต้องการให้เธอจากไป จึงใช้เชือกรัดคอเธอตายแล้วผูกไว้ที่เพดานบ้านผม… 
หลังจากนั้น ผมรู้สึกว่าผมไม่เหมาะที่จะมีคนรักได้ จึงปิดหัวใจตัวเองไว้ 

เวลาผ่านมาได้ 2 ปี ผมได้พบกับคุณ คุณได้เปิดหัวใจอันว้าเหว่ของผมแล้ว... 
ตอนนี้ คุณสามารถตัดสินใจตอบผมได้แล้ว 


คุณรักผมไหม?